สายพันธุ์ปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟ ยอดนิยม


ปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟ (Crap) เป็นปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงปลาสวยงามมานาน เนื่องจาก เป็นปลาที่มีสีสันสวยงาม เชื่อง และเลี้ยงง่าย เป็นที่ต้องการของผู้เลี้ยงปลาสวยงามในทุกกลุ่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟ เป็นปลาสวยงามที่มีราคาสูง มีราคาซื้อขายกันตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหลายแสนบาท ทำให้เกิดความนิยมในการเลี้ยง เพื่อการจำหน่ายลูกปลา และเพาะพันธุ์ให้มีสีสันสวยงามเพื่อจำหน่ายให้ได้ราคาสูง




 ประวัติปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟในไทย

    ปลาคราฟ เป็นปลาน้ำจืดที่จัดอยู่ในกลุ่มปลาตะเพียน มีถิ่นกำเนิดในประเทศอีหร่าน สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้ามาเลี้ยงครั้งแรกจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2493 ซึ่งช่วงนั้นยังนิยมเลี้ยงในกลุ่มผู้มีฐานะดีเท่านั้น ต่อมาปี พ.ศ. 2498 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ทรงได้สั่งปลาคราฟจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเลี้ยง พร้อมกับเรียกชื่อปลาคราฟอีกชื่อว่า ปลาอมรินทร์ แต่ชื่อสามัญที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษ คือ Crap อ่านไทยว่า คราฟ หรือ คาร์ฟ ซึ่งนิยมเรียกต่อมาตามสากล และเรียกมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนประเทศญี่ปุ่นเรียกปลาคราฟว่า Nishikigoi ที่มาจากคำว่า Nishiki ที่หมายถึง ผ้าไหมทอจากอินเดียที่มีสีสันสวยงาม มีหลากสี และมีราคาแพง ชาวญี่ปุ่นจึงตั้งชื่อตามลักษณะของผ้าที่คล้ายกับสีของปลาคราฟที่สวยงามหายาก และมีราคาแพง


ลักษณะทั่วไปปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟ

    ปลาคราฟ มีลักษณะลำตัวแบน และค่อนข้างกลม หัวไม่มีเกร็ด ริมฝีปากบางเรียบ ภายในปากไม่มีฟัน แต่จะมีฟันที่ลำคอ 1-3 แถว แต่ละแถวมีฟันไม่เกิน 8 ซี่ ลำตัวมีครีบหลัง ครีบหู ครีบท้อง และครีบหาง บางชนิดไม่มีเกล็ด บางชนิดมีเกล็ด บางชนิดมีเกล็ดขนาดใหญ่ในบางส่วน เช่น ปลาคราฟญี่ปุ่นมีเกล็ดทั้งลำตัว ส่วนปลาคราฟเยอรมันมีเกล็ดขนาดใหญ่เฉพาะแถบบนเส้นข้างลำตัว ปลาคราฟ เป็นปลาที่ไม่จัดอยู่กลุ่มปลากินพืชหรือปลากินเนื้อ เพราะโดยธรรมชาติจะกินพืชหรือสาหร่ายที่มีตัวอ่อนสัตว์น้ำเข้าไปด้วย รวมถึงสามารถกินได้ทั้งแพลงตอนพืช  สัตว์ และหอยได้ด้วย

    สายพันธุ์ปลาคราฟ ที่นิยมเลี้ยง มีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ แล้วแต่ความชอบ และรสนิยมของผู้เลี้ยง หรืออาจจะเลี้ยงเพราะเสริมดวง เสริมฮวงจุ้ยให้กับบ้านตัวเองก็เป็นไปได้ และสายพันธุ์ปลาคราฟจะนิยมเลี้ยงกันอยู่ 13 สายพันธุ์หลัก ๆ  ได้แก่


1.โคฮากุ (Kohoku) เป็นปลาคราฟที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุด ปลาจะมีสีขาวและสีแดง และสีจะต้องคมชัด


2. ไทโชซันเก้ (Taiaho Sanke) เป็นปลาคราฟ 3 สี คือ สีขาว สีแดงและสีดำ สีดำบนตัวปลานั้น ต้องดำสนิท ไม่ควรมีสีดำบนส่วนหัว และไม่ควรมีสีแดงที่ส่วนครีบและหาง

3.โชวา ซันโชกุ (Showa Sanshoku) เป็นปลาคราฟ 3 สี เหมือนกับสายพันธุ์ไทโชซันเก้ แต่จะแตกต่างกันคือ สีขาวและสีแดงจะรวมตัวอยู่บนสีดำขนาดใหญ่ และมีสีดำเชื่อมต่อกับครีบและลำตัวเป็นรูปตัว Y

4.อุจิริ โมโน (Utsuri Mono) เป็นปลาคราฟที่มีสีดำพาดผ่านตัวปลาบนพื้นสีอื่น ๆ


5. เบคโกะ (Bekko) เป็นปลาคราฟที่มี 2 สี เป็นลายจุดดำแต้มอยู่บนพื้นสีอื่น ๆ จุดดำจะมีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป

6.อาซากิ ชูซุย (Asagi Shusui) เป็นปลาคราฟสายพันธุ์ที่มาจากปลาไนโดยตรง มีเกล็ดฟ้าเรียงตัวกันอย่างสวยงาม

7.โกโรโมะ (Koromo) เป็นปลาคราฟที่ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างอาซากิ ชูซุย กับสายพันธุ์อื่น ๆ มีเกล็ดสีน้ำเงินกระจายอยู่บนลำตัว

8. โอกอน (Ogon) เป็นปลาคราฟที่มีสีลำตัวสว่างไสว โดยปราศจากลวดลายใด ๆ

9. ฮิการิ โมโย (Hikari Moyo) เป็นปลาคราฟ 2 สี หรือมากกว่า โดยจะมี 1 สีที่แวววาวเหมือนโลหะ

10.ฮิการิ อุจิริ (Hikari Utsuri) เป็นปลาคราฟที่มีลายดำพาดไปตามลำตัวเหมือนกับ อุจิริ โมโน และมีความแวววาวเหมือนโลหะ

11.คินกินริน (Kinginrin) เป็นปลาคราฟที่มีประกายเงินหรือประกายทองอยู่บนเกล็ด และเกล็ดจะดูเหมือนไข่มุก


12.ตันโจ (Tancho) เป็นปลาคราฟที่มีสีแดงอยู่บนหัวเพียงที่เดียว ซึ่งอาจเป็นรูปทรงกลมหรือรูปอื่น ๆ ก็ได้

13.คาวาริ โมโน (Kawari Mono) เป็นปลาคราฟที่ไม่มีลวดลายที่แน่นอน ต่างจากสายพันธุ์อื่น ๆ โดยจะมีลวดลายใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกปี


ขนาดของพื้นที่ที่จะใช้เลี้ยงปลา

ผู้เลี้ยงที่ตัดสินใจจะเลี้ยงปลาคราฟ ควรเริ่มต้นด้วยการขุดบ่อขนาด 80×120 ลึก 50 เซนติเมตร มีสะดือที่ก้นบ่อขนาด 1×2 ฟุต ลึกประมาณ 4-6 นิ้ว เพื่อไว้เป็นที่เก็บขี้ปลาและสิ่งสกปรก รวมถึงติดตั้งระบบถ่ายเทน้ำเสีย เพื่อช่วยให้น้ำในบ่อสะอาดอยู่ตลอดเวลา สำหรับบ่อที่จะใช้เลี้ยงปลาคาร์ฟควรเป็นบ่อซีเมนต์ เพราะสามารถดัดแปลงเป็นบ่อธรรมชาติได้ง่าย มีตะไคร่น้ำเกิดและเกาะได้เร็ว ซึ่งตะใคร่น้ำนั้นจะเป็นอาหารที่ดีของปลา สามารถดูดสิ่งสกปรก และแอมโมเนียที่อยู่ในน้ำได้อีกด้วย บ่อควรจะตั้งอยู่ในที่ที่มีร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ให้ความร่มรื่นพอสมควร อย่าให้อยู่กลางแจ้ง เพราะจะทำให้ปลามีสีสันจืดจางลง และยังโตช้าลงด้วย































ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ดอร์เม้าส์

กระจงหนู

ปูราชินี