Angel Fish Culture
ประวัติของปลาเทวดา
ลักษณะรูปร่างของปลาเทวดา
ปลาเทวดามีลำตัวแบบแบนข้าง ความกว้างและความยาวของลำตัวมีความยาวเกือบเท่ากัน ครีบหลังและครีบก้นแผ่ขยายออกและค่อนไปทางหาง ครีบท้องมีลักษณะเป็นเส้นยาว ตากลมโต ปากขนาดเล็ก ลำตัวมีสีเงินแกมเทาและมีลายดำพาดขวางลำตัว
4 - 5 แถบ
เนื่องจากเป็นปลาที่ได้รับความนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ทำให้มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย และจากการเพาะเลี้ยงและคัดพันธุ์ ทำให้เกิดสายพันธุ์ (Variety) ใหม่ ๆ ถึงแม้ปลาเทวดาจะเป็นปลาจากต่างประเทศ แต่นักเพาะเลี้ยงปลาสวยงามในบ้านเราก็สามารถดำเนินการเพาะพันธุ์ และผลิตลูกปลาเทวดาชนิดต่าง ๆ ภายในประเทศไทยได้มีการตั้งชื่อต่าง ๆ อีกหลายชื่อ เช่น
ปลาเทวดาลายหินอ่อน (Marble Angelfish)
ปลาเทวดาสีชอกโกเลต (Chocolate
Angelfish)
ปลาเทวดาแฟนซี (Koi Angelfish)
ปลาเทวดาเงิน (Silver Angelfish)
ปลาเทวดาลายดำครึ่งตัว(Half Black Angelfish)
ปลาเทวดาดำ (Black Angelfish)
ปลาเทวดาทอง (Gold Angelfish)
ปลาเทวดาเผือกหางยาว (Albino Veiltail Angelfish)
การจำแนกเพศปลาเทวดา
ปลาเทวดาเพศผู้และเพศเมียมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก การสังเกตุความแตกต่างจากลักษณะภายนอกจะทำได้ยากมาก และจะพอสังเกตุได้ก็ต่อเมื่อปลาถึงวัยสมบูรณ์เพศแล้ว โดยจะต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์พอสมควร ลักษณะที่พอจะบ่งบอกความแตกต่างลักษณะเพศของปลาเทวดามีดังนี้
บริเวณหน้าผาก ปลาเทวดาเพศผู้จะมีส่วนหัวด้านบน
(หน้าผาก) โหนกนูนและสีเข้มกว่าปลาเพศเมีย
ติ่งเพศ ปลาเทวดาเพศเมียจะมีติ่งเพศเป็นท่อยื่นยาวออกมาค่อนข้างมาก
และมีขนาดใหญ่กว่าติ่งเพศของเพศผู้ ซึ่งจะปรากฎให้เห็นได้ชัดเจนในช่วงผสมพันธุ์วางไข่เท่านั้น
ในธรรมชาติปลาเทวดาเป็นปลาที่ต้องมีการเลือกคู่หรือจับคู่กันก่อนการแพร่พันธุ์วางไข่ จากนั้นจะเลือกพื้นที่ซึ่งมักจะเป็นใบพันธุ์ไม้น้ำชนิดที่มีใบกว้างเพื่อวางไข่ หรืออาจวางไข่บนวัสดุแข็งผิวเรียบ เช่น ตามโขดหิน หรือขอนไม้ โดยแม่ปลาจะค่อย ๆ ปล่อยไข่ติดกับวัสดุเป็นแถวยาวครั้งละ 10
- 15 ฟอง แล้วว่ายน้ำออกมา จากนั้นปลาเพศผู้จึงว่ายเข้าไปค่อย ๆ ปล่อยน้ำเชื้อไล่ไปตามเม็ดไข่ เสร็จแล้วจะว่ายน้ำออกมาเช่นกัน แล้วปลาเพศเมียก็จะเข้าไปวางไข่อีก ทำเช่นนี้สลับกันไปจนไข่หมดท้อง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ
1 ชั่วโมง จำนวนไข่ทั้งหมดที่วางแต่ละครั้งจะมีไข่ประมาณ
200 - 500 ฟอง จากนั้นทั้งปลาเพศผู้และเพศเมียจะช่วยกันดูแลรักษาไข่ โดยจะคอยโบกพัดน้ำบริเวณที่วางไข่เพื่อเพิ่มออกซิเจนอย่างสม่ำเสมอ และจะเก็บกินไข่ที่เสียออกด้วย การพัฒนาของไข่จะใช้เวลาประมาณ
48 ชั่วโมง ลูกปลาก็จะฟักออกจากไข่แล้วตกลงสู่พื้น ลูกปลาจะลงไปเกาะอยู่ตามพื้น หรือตามวัสดุแข็ง เช่น กิ่งไม้ ขอนไม้
ก้อนหิน หรือผนังตู้ โดยในระยะแรกนี้จะมีถุงไข่แดงขนาดใหญ่อยู่ และจะใช้เวลาประมาณ 2 - 3 วันจึงจะใช้อาหารจากถุงไข่แดงหมด จากนั้นลูกปลาจะว่ายรวมฝูงหาอาหารอยู่ใกล้ ๆ พ่อแม่ปลา พ่อแม่ปลาจะคอยป้องกันศัตรูให้ลูกปลา จนลูกปลาเจริญเติบโตพอควรก็จะแยกฝูงออกไปหากินกันเอง พ่อแม่ปลาก็จะออกหาอาหารและสามารถวางไข่ชุดใหม่ได้อีกในเวลาประมาณ
25 - 30 วัน ส่วนลูกปลาที่แยกตัวไปจะเจริญเติบโตเป็นปลาเต็มวัยในเวลาประมาณ
6 - 8 เดือน
การเพาะพันธุ์ปลาเทวดา
การดำเนินการเพาะพันธุ์ปลาเทวดากระทำได้ไม่ยากนัก ผู้เลี้ยงปลาสามารถจัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างง่าย ๆ ดังนี้
การเตรียมบ่อเพาะ บ่อที่จะใช้เพาะพันธุ์ปลาเทวดาอาจใช้ตู้กระจก หรืออ่างซีเมนต์ก็ได้ แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุด
หรือเหมาะสมมากที่สุด คือ ตู้กระจก เพราะจะช่วยให้สังเกตุได้ว่าปลาวางไข่เมื่อใด และไข่มีการพัฒนาไปอย่างไรบ้าง ขนาดของตู้ใช้ได้ตั้งแต่ขนาด
14 - 36 นิ้ว ถ้าเป็นตู้เล็กจะปล่อยปลาตู้ละ
1 คู่ แต่ถ้าตู้ใหญ่จะใส่ปลาได้
2 - 3 คู่ ภายในตู้ควรมีพันธุ์ไม้น้ำบ้าง และจะไม่รองพื้นตู้ด้วยกรวดหรือเศษปะการังเลย ควรปล่อยพื้นตู้โล่ง ๆ
ที่วางไข่ของปลา จัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อให้ปลาใช้เป็นที่วางไข่
ซึ่งปัจจุบันมีการเลือกใช้กันหลายรูปแบบ ได้แก่
- พรรณไม้น้ำ
ชนิดของพรรณไม้น้ำที่นิยมกัน คือ อเมซอน
เนื่องจากมีใบกว้างหนา แข็งแรง
- แผ่นกระจก แผ่นพลาสติก กระเบื้องแผ่นเรียบ ขนาดประมาณ 4 x 10 นิ้ว หรือท่อ PVC วางเอียงทำมุม
30 - 60 องศากับพื้นตู้
- โดม หรือกระถางต้นไม้
ที่มีเนื้อเนียน
การเติมอากาศ ควรเปิดแอร์ปั๊มเพื่อเพิ่มออกซิเจน แต่ไม่ควรเปิดให้แรงมากนัก
การควบคุมอุณหภูมิ ควรใช้ฮีตเตอร์ ( Heater) ควบคุมอุณหภูมิของน้ำให้อยู่ระหว่าง
28 - 32 องศาเซลเซียส จะช่วยให้ปลาวางไข่ได้เกือบตลอดปี
การคัดพ่อแม่พันธุ์ปลา
ปลาที่จะใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ควรเป็นปลาที่มีอายุประมาณ 8 - 10
เดือนขึ้นไป ควรเลือกพ่อแม่ปลาที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ นำมาปล่อยเลี้ยงรวมกันไว้ในตู้กระจกเพื่อให้ปลาจับคู่กันเองตามธรรมชาติ เพราะการแยกเพศพ่อแม่ปลาจากการสังเกตลักษณะ ความแตกต่างจะค่อนข้างยาก ปลาเทวดาจะเพาะพันธุ์ได้ดีตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง เดือนตุลาคม ดังนั้นควรจัดปลาที่จะใช้เพาะพันธุ์ลงบ่อเลี้ยงตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธุ์ หลังจากปล่อยปลาลงเลี้ยงประมาณ 1 เดือน จึงหมั่นสังเกตุเพื่อหาพ่อแม่พันธุ์ที่มีความพร้อมที่จะผสมพันธุ์ ก็จะพบว่ามีปลาที่แยกคู่ออกจากฝูง พร้อมกับมีการสร้างอาณาเขตของตัวเองขึ้น โดยไม่ยอมให้ปลาตัวอื่นเข้าใกล้คู่ของตัวเอง
หรือบริเวณที่คู่ของตัวเองเลือกไว้ ก็คัดแยกปลาคู่ดังกล่าวนำมาปล่อยลงบ่อเพาะ ปลาก็จะเลือกบริเวณที่จะวางไข่ แล้วช่วยกันทำความสะอาดโดยใช้ปากแทะเล็มตะไคร่น้ำและเศษวัสดุต่าง
ๆ ออก พร้อมทั้งพ่นน้ำไล่ตะกอนออกจนเกลี้ยง แต่ถ้าหากผู้เลี้ยงเพิ่งจัดเตรียมบ่อเพาะและวัสดุวางไข่ไว้ให้ปลาก็จะวางไข่ได้ง่าย
นอกจากนั้นปลาอาจเลือกวางไข่ที่บริเวณผนังกระจกของตู้ปลา
หรือวัสดุผิวเรียบอื่น ๆ ที่อยู่ในตู้ก็ได้
ข้อควรระวังในการเพาะปลาเทวดา
ไม่ควรใส่กรวดหรือปะการังรองพื้นตู้โดยเด็ดขาด เพราะลูกปลาที่ฟักออกจากไข่จะตกลงพื้น ก็จะทำให้แทรกลงไปตามช่องว่างของก้อนกรวดและปะการัง แล้วมักจะตายเนื่องจากขาดอากาศหายใจ หรือไม่สามารถว่ายกลับขึ้นมาได้
ในระหว่างที่ปลาวางไข่แล้วต้องระวังอย่าให้ปลาตื่นตกใจ หรือระวังอย่าให้มีการเคาะที่ผนังตู้ปลาโดยเด็ดขาด เพราะเมื่อพ่อแม่ปลาได้รับความตกใจก็จะกินไข่ของตัวเองจนหมด
ในระหว่างที่ปลาวางไข่แล้วต้องงดการให้อาหารทุกชนิด จนกว่าจะแยกลูกปลา
















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น